ตั้งราคาให้รู้ต้นทุนของตัวเอง
วิธีตั้งราคาบริการจากต้นทุนและกำไรที่ร้านต้องการ
ราคาที่ดูเหมือนมีกำไรอาจไม่เหลือกำไรจริง ถ้าร้านนับเฉพาะแชมพูหรืออุปกรณ์ แต่ไม่ได้รวมเวลาของกรูมเมอร์ ค่าเช่า น้ำ ไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น วิธีเริ่มที่เข้าใจง่ายคือแยกต้นทุนต่อคิวออกมาก่อน แล้วจึงดูว่าร้านต้องการเหลือกำไรเท่าไรและราคานั้นเหมาะกับคุณค่าที่ลูกค้าได้รับหรือไม่
แยกต้นทุนต่อคิวให้ออกก่อน
ตัวเลขไม่ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่ควรเริ่มจากรายการที่ร้านตรวจสอบได้ เพื่อให้รู้ว่าต้นทุนรวมมาจากอะไร
ต้นทุนที่ควรนึกถึงได้แก่ ค่าแรงตามเวลาที่ใช้ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง และค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ร้านเลือกเฉลี่ยเข้ามาต่อคิว
- ค่าแรงตามเวลาที่ใช้
- ค่าวัสดุและของใช้สิ้นเปลือง
- ค่าเช่า น้ำ ไฟ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เฉลี่ยต่อคิว
- ค่าใช้จ่ายเฉพาะบริการนั้น ถ้ามี
ต้นทุนขั้นต่ำไม่ใช่ราคาที่ควรขายเสมอไป
ต้นทุนขั้นต่ำช่วยบอกว่าราคาต่ำกว่านี้อาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่กรอกไว้ แต่ร้านยังต้องเหลือส่วนต่างสำหรับกำไร ความเสี่ยง งานแก้ และการลงทุนต่อ
เมื่อกำหนดเปอร์เซ็นต์กำไร ควรดูให้ชัดว่าร้านคิดจากราคาขายหรือจากต้นทุน เพราะสองวิธีให้ตัวเลขไม่เหมือนกัน
อย่าดูราคาคู่แข่งอย่างเดียว
ร้านที่คิดราคาต่างกันอาจมีค่าเช่า เวลาบริการ ขนาดทีม และวิธีดูแลไม่เหมือนกัน ราคาตลาดจึงใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรแทนการคำนวณต้นทุนของร้านเอง
ขณะเดียวกัน การตั้งราคาจากต้นทุนอย่างเดียวก็ยังไม่พอ ร้านควรดูคุณภาพบริการ ประสบการณ์ลูกค้า และสิ่งที่ลูกค้าได้รับร่วมด้วย
ทบทวนราคาเมื่อรู้เวลาที่ใช้จริงมากขึ้น
เมื่อร้านมีประวัติการให้บริการมากขึ้น ลองเทียบเวลาที่ตั้งไว้กับเวลาที่ใช้จริง ถ้าบางบริการใช้เวลาของกรูมเมอร์มากกว่าที่คิดเป็นประจำ นั่นเป็นข้อมูลให้ร้านทบทวนราคา เวลาเผื่อ หรือวิธีจัดคิว
การทบทวนเป็นระยะช่วยให้ราคายังสอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนไป โดยไม่ต้องรอให้ร้านรู้สึกว่ากำไรหายไปก่อน
เช็กลิสต์นำไปใช้กับร้าน
ใช้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับให้เหมาะกับวิธีทำงานและข้อมูลจริงของร้านคุณ
- คำนวณค่าแรงต่อคิว
- รวมค่าวัสดุและค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
- ดูต้นทุนรวมขั้นต่ำต่อคิว
- กำหนดกำไรที่ร้านต้องการ
- เทียบกับราคาขายและคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ
- ทบทวนจากเวลาบริการจริงเป็นระยะ
ดูต่อจากเรื่องนี้
เนื้อหานี้เป็นแนวทางสำหรับการบริหารร้านทั่วไป ควรปรับให้เหมาะกับสถานการณ์จริงของร้าน และไม่ใช้แทนคำแนะนำจากสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
